Search Internet

Custom Search

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2551

เราจะต่อสู้กับซาตานอย่างไร

บันทึกคำสอนจากชั้นเรียนพระคัมภีร์ สอนโดย ศจ. มนูญศักดิ์ วันที่ 21 มิ.ย. 2008

เราจะต่อสู้อย่างไร
1. ใช้พระคำพระเจ้า สิ่งสำคัญคือ "ท่องจำพระคำให้เยอะๆ"
ใน (มธ 4:1-11) จะเห็นว่าพระเยซูยกพระธรรม "เฉลยธรรมบัญญัติ" ขึ้นมาต่อสู้กับมารทันทีจากความจำ และทรงรู้ว่ามารใช้พระคัมภีร์ผิดบริบท

2. ต้องมีอาวุธ (อฟ. 6) สองประเภท
- อาวุธป้องกันตัว ยุทธภัณฑ์ทั้งชุด ทุกๆ ชิ้นมาจากพระวจนะพระเจ้า
- อาวุธใช้โจมตี คือการอธิษฐาน เป็นอาวุธที่ทรงพลานุภาพมากที่สุด เป็นการผูกมัดสิ่งต่างๆ และเป็นการใช้สิทธิอำนาจจากสวรรค์ เงื่อนไขคือเราต้องมีชีวิตที่ "ชอบธรรม"

3. การเจิมของพระวิญญาณ (อฟ. 6:1-10)

สรุปขั้นตอนการต่อสู้ คือ รับการเจิม --> สวมยุทธภัณฑ์ --> อธิษฐาน

ข้อควรระวัง
1. อย่าเปิดช่องให้มารโจมตี อย่าหาเรื่องเอาตัวเข้าสู่การทดลอง
2. อย่ามัวสนใจศึกษาเรื่องซาตานจนเกินไป ศึกษาเท่าที่พระเจ้าต้องการให้เรารู้

การต่อสู้กับวิญญาณชั่วระดับบน
1. อธิษฐานในระดับคริสตจักร
2. อดอาหารอธิษฐาน เพื่อพระเจ้าจะทำงานผ่านเรา

ซาตานทำงานอย่างไร

บันทึกคำสอนจากชั้นเรียนพระคัมภีร์ สอนโดย ศจ. มนูญศักดิ์ วันที่ 21 มิ.ย. 2008

ใน (อสค. 28:25) บอกว่า สภาพเดิมของซาตานเป็นทูตสวรรค์ชั้นสูง มีความสามารถหลายอย่าง มีความสวยงาม

บาปของซาตาน
1. ความมักใหญ่ใฝ่สูง อยากแทนที่พระเจ้า
2. ไม่พอใจในสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้เป็น

วิญญาณชั่ว
คือทูตสวรรค์ 1 ใน 3 ของทั้งหมดที่ติดตามลูซิเฟอร์ลงมาด้วย
ใน (อฟ. 6:12) และ (อฟ. 1:21) บอกว่าวิญญาณชั่วมีโครงสร้างหลายระดับ

- ระดับต่ำ คือวิญญาณที่เข้าสิงคน ภูติผีต่างๆ
- ระดับสูง เทพที่ปกครองย่านฟ้าอากาศ

มีชื่อเรียกต่างๆ กันไป ตามท้องถิ่น

ที่ใดมีการบรวงสรวงวิญญาณมากๆ เช่นประเทศไทย อินเดีย จะเป็นจุดที่มีวิญญาณชั่วมาชุมนุมกันมาก

เป้าหมายของมัน
ไม่ใช่การเอาชนะพระเจ้า เพราะมันรู้ว่าทำไม่ได้ แต่มันต้องการทำลายแผนการณ์ของพระเจ้าและพาคนไปลงนรกให้มากที่สุด แม้มันจะรู้ว่าอย่างไรก็แพ้แน่นอน

วิธีการทำงานของมัน
1. แฝงตัวเพื่อล่อลวง (ปฐก. 3:1) ใช้เหตุการณ์ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่พระเจ้าห้าม เพราะมนุษย์มีนิสัย ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากรู้ เป็นการโจมตีที่ความคิด

2. ใช้การโกหก (ปฐก. 3:4) ทำให้คนมองว่าคำสั่งของพระเจ้าเป็นสิ่งล้าสมัย ฝ่าฝืนไปก็ไม่เป็นไรหรอก ไปสารภาพบาปเอาก็ได้

3. ทำให้คริสเตียนดำเนินชีวิตแบบคนไม่รู้จักพระเจ้า (**พระคัมภีร์ไม่เคยสอนว่า คริสเตียนทำบาปแล้วจะไม่ต้องไปสู่ความตาย**)

4. ใส่ร้ายพระเจ้า ทำให้สงสัยในคำสั่ง เจตนารมณ์ของพระเจ้า

นี่คือเหตุผลที่เราจึงต้องตรวจสอบความคิดของเรากับพระวจนพระเจ้า ก่อนที่จะทำหรือตัดสินใจในสิ่งใด

การทดลองของมาร (มธ 4:1-11)
เป็นการทดลองในเรื่องความต้องการต่างๆ ของมนุษย์

1. เรื่องความหิว การกินอาหารไม่ใช่สิ่งผิด แต่มารใช้สิ่งที่ไม่ผิดมาล่อลวงให้พระเยซูใช้วิธีที่ผิดในการตอบสนองความต้องการของตนเอง มารมักใช้วิธี หรือแนวคิดที่ดูดี น่าสนใจ และดูแล้วน่าจะแก้ปัญหาได้ทันใจ แต่เป็นการยึดความต้องการของตนเองเป็นหลัก ความต้องการทางร่างกายนี้รวมถึงเรื่องเพศด้วย

2. อ้างพระคัมภีร์แบบผิดบริบท ทำให้ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งถ้าเราไม่รู้พระคัมภีร์อย่างถ่องแท้จะทำให้เราสับสน มารจะอ้างว่าวิธีของมันเป็นทางลัดในการทำให้เราเป็นที่ยอมรับ ซึ่งเป็นที่มาของลัทธิสอนผิดต่างๆ ผู้เผยพระวจนะเท็จ การทำอัศจรรย์เทียมเท็จ **แม้คริสเตียนเองก็อาจหลงไปได้**

3. ตัญหาของตา ความอยากมีและอยากได้ ทำให้มนุษย์กราบใหว้และขายวิญญาณให้มันเพื่อแลกกับชื่อเสียงและความมั่งมีในฝ่ายโลก เป็นการล่อลวงที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน (1 ยน 2:16)

สรุปง่ายๆ ก็คือ
- มารโจมตีทางความคิด โดยผ่านสายตา
- มารโจมตีแบบสิงโต และไม่มีคุณธรรม ซ้ำเติมบาดแผลในใจและความอ่อนแอของเรา (1 ปต. 5:8)
- มารชอบโจมตี "ภาพลักษณ์ของตนเอง" โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาในอดีต โดยใช้วิธีขยายบาดแผลในใจ
- มารชอบใส่ความกลัว "ความกลัวไม่ได้มาจากพระเจ้า"
- ความเกลียดชัง และการปรักปรำ
- ภัยพิบัติต่างๆ เช่นที่เกิดกับโยบ
- ไสยศาสตร์และเวทมนต์คาถา โดยเฉพาะในประเทศไทย

การเชื่อฟัง และสู่ความล้ำเลิศ

บันทึกคำสอนจากชั้นเรียนพระคัมภีร์ สอนโดย อ. นิ วันที่ 21 มิ.ย. 2008

ประเด็นสำคัญของการเชื่อฟัง
1. ตอบสนองทันที ไม่ต้องสงสัย (สดด. 119:60)
2. เชื่อฟังทุกๆ สิ่งที่พระเจ้าตรัส (1 ซมอ. 15:18-23)
3. เชื่อฟังด้วยความชื่นชมยินดี ไม่บ่น (ฉธบ. 28:47)

จากสามัญสู่ความล้ำเลิศ
1. เลือกเฉพาะทัศนคติที่ถูกต้อง
2. ชื่นชมยินดีเสมอ
3. มีความคิดสร้างสรรในสิ่งที่ดี
4. บริการที่ดี เวลาคนมีปัญหา ไม่ใช่เพียงแค่อธิษฐานเผื่อ หรือให้ไปอ่านพระคำภีร์เท่านั้น แต่ต้องช่วยเหลือเขาด้วย (ศฟย. 2:3) (สดด. 25:9) (ยรม. 33:3)

วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2551