บันทึกคำสอนจากชั้นเรียนพระคัมภีร์ สอนโดย ศจ. มนูญศักดิ์ วันที่ 21 มิ.ย. 2008
เราจะต่อสู้อย่างไร
1. ใช้พระคำพระเจ้า สิ่งสำคัญคือ "ท่องจำพระคำให้เยอะๆ"
ใน (มธ 4:1-11) จะเห็นว่าพระเยซูยกพระธรรม "เฉลยธรรมบัญญัติ" ขึ้นมาต่อสู้กับมารทันทีจากความจำ และทรงรู้ว่ามารใช้พระคัมภีร์ผิดบริบท
2. ต้องมีอาวุธ (อฟ. 6) สองประเภท
- อาวุธป้องกันตัว ยุทธภัณฑ์ทั้งชุด ทุกๆ ชิ้นมาจากพระวจนะพระเจ้า
- อาวุธใช้โจมตี คือการอธิษฐาน เป็นอาวุธที่ทรงพลานุภาพมากที่สุด เป็นการผูกมัดสิ่งต่างๆ และเป็นการใช้สิทธิอำนาจจากสวรรค์ เงื่อนไขคือเราต้องมีชีวิตที่ "ชอบธรรม"
3. การเจิมของพระวิญญาณ (อฟ. 6:1-10)
สรุปขั้นตอนการต่อสู้ คือ รับการเจิม --> สวมยุทธภัณฑ์ --> อธิษฐาน
ข้อควรระวัง
1. อย่าเปิดช่องให้มารโจมตี อย่าหาเรื่องเอาตัวเข้าสู่การทดลอง
2. อย่ามัวสนใจศึกษาเรื่องซาตานจนเกินไป ศึกษาเท่าที่พระเจ้าต้องการให้เรารู้
การต่อสู้กับวิญญาณชั่วระดับบน
1. อธิษฐานในระดับคริสตจักร
2. อดอาหารอธิษฐาน เพื่อพระเจ้าจะทำงานผ่านเรา
Search Internet
Custom Search
วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2551
ซาตานทำงานอย่างไร
บันทึกคำสอนจากชั้นเรียนพระคัมภีร์ สอนโดย ศจ. มนูญศักดิ์ วันที่ 21 มิ.ย. 2008
ใน (อสค. 28:25) บอกว่า สภาพเดิมของซาตานเป็นทูตสวรรค์ชั้นสูง มีความสามารถหลายอย่าง มีความสวยงาม
บาปของซาตาน
1. ความมักใหญ่ใฝ่สูง อยากแทนที่พระเจ้า
2. ไม่พอใจในสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้เป็น
วิญญาณชั่ว
คือทูตสวรรค์ 1 ใน 3 ของทั้งหมดที่ติดตามลูซิเฟอร์ลงมาด้วย
ใน (อฟ. 6:12) และ (อฟ. 1:21) บอกว่าวิญญาณชั่วมีโครงสร้างหลายระดับ
- ระดับต่ำ คือวิญญาณที่เข้าสิงคน ภูติผีต่างๆ
- ระดับสูง เทพที่ปกครองย่านฟ้าอากาศ
มีชื่อเรียกต่างๆ กันไป ตามท้องถิ่น
ที่ใดมีการบรวงสรวงวิญญาณมากๆ เช่นประเทศไทย อินเดีย จะเป็นจุดที่มีวิญญาณชั่วมาชุมนุมกันมาก
เป้าหมายของมัน
ไม่ใช่การเอาชนะพระเจ้า เพราะมันรู้ว่าทำไม่ได้ แต่มันต้องการทำลายแผนการณ์ของพระเจ้าและพาคนไปลงนรกให้มากที่สุด แม้มันจะรู้ว่าอย่างไรก็แพ้แน่นอน
วิธีการทำงานของมัน
1. แฝงตัวเพื่อล่อลวง (ปฐก. 3:1) ใช้เหตุการณ์ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่พระเจ้าห้าม เพราะมนุษย์มีนิสัย ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากรู้ เป็นการโจมตีที่ความคิด
2. ใช้การโกหก (ปฐก. 3:4) ทำให้คนมองว่าคำสั่งของพระเจ้าเป็นสิ่งล้าสมัย ฝ่าฝืนไปก็ไม่เป็นไรหรอก ไปสารภาพบาปเอาก็ได้
3. ทำให้คริสเตียนดำเนินชีวิตแบบคนไม่รู้จักพระเจ้า (**พระคัมภีร์ไม่เคยสอนว่า คริสเตียนทำบาปแล้วจะไม่ต้องไปสู่ความตาย**)
4. ใส่ร้ายพระเจ้า ทำให้สงสัยในคำสั่ง เจตนารมณ์ของพระเจ้า
นี่คือเหตุผลที่เราจึงต้องตรวจสอบความคิดของเรากับพระวจนพระเจ้า ก่อนที่จะทำหรือตัดสินใจในสิ่งใด
การทดลองของมาร (มธ 4:1-11)
เป็นการทดลองในเรื่องความต้องการต่างๆ ของมนุษย์
1. เรื่องความหิว การกินอาหารไม่ใช่สิ่งผิด แต่มารใช้สิ่งที่ไม่ผิดมาล่อลวงให้พระเยซูใช้วิธีที่ผิดในการตอบสนองความต้องการของตนเอง มารมักใช้วิธี หรือแนวคิดที่ดูดี น่าสนใจ และดูแล้วน่าจะแก้ปัญหาได้ทันใจ แต่เป็นการยึดความต้องการของตนเองเป็นหลัก ความต้องการทางร่างกายนี้รวมถึงเรื่องเพศด้วย
2. อ้างพระคัมภีร์แบบผิดบริบท ทำให้ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งถ้าเราไม่รู้พระคัมภีร์อย่างถ่องแท้จะทำให้เราสับสน มารจะอ้างว่าวิธีของมันเป็นทางลัดในการทำให้เราเป็นที่ยอมรับ ซึ่งเป็นที่มาของลัทธิสอนผิดต่างๆ ผู้เผยพระวจนะเท็จ การทำอัศจรรย์เทียมเท็จ **แม้คริสเตียนเองก็อาจหลงไปได้**
3. ตัญหาของตา ความอยากมีและอยากได้ ทำให้มนุษย์กราบใหว้และขายวิญญาณให้มันเพื่อแลกกับชื่อเสียงและความมั่งมีในฝ่ายโลก เป็นการล่อลวงที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน (1 ยน 2:16)
สรุปง่ายๆ ก็คือ
- มารโจมตีทางความคิด โดยผ่านสายตา
- มารโจมตีแบบสิงโต และไม่มีคุณธรรม ซ้ำเติมบาดแผลในใจและความอ่อนแอของเรา (1 ปต. 5:8)
- มารชอบโจมตี "ภาพลักษณ์ของตนเอง" โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาในอดีต โดยใช้วิธีขยายบาดแผลในใจ
- มารชอบใส่ความกลัว "ความกลัวไม่ได้มาจากพระเจ้า"
- ความเกลียดชัง และการปรักปรำ
- ภัยพิบัติต่างๆ เช่นที่เกิดกับโยบ
- ไสยศาสตร์และเวทมนต์คาถา โดยเฉพาะในประเทศไทย
ใน (อสค. 28:25) บอกว่า สภาพเดิมของซาตานเป็นทูตสวรรค์ชั้นสูง มีความสามารถหลายอย่าง มีความสวยงาม
บาปของซาตาน
1. ความมักใหญ่ใฝ่สูง อยากแทนที่พระเจ้า
2. ไม่พอใจในสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้เป็น
วิญญาณชั่ว
คือทูตสวรรค์ 1 ใน 3 ของทั้งหมดที่ติดตามลูซิเฟอร์ลงมาด้วย
ใน (อฟ. 6:12) และ (อฟ. 1:21) บอกว่าวิญญาณชั่วมีโครงสร้างหลายระดับ
- ระดับต่ำ คือวิญญาณที่เข้าสิงคน ภูติผีต่างๆ
- ระดับสูง เทพที่ปกครองย่านฟ้าอากาศ
มีชื่อเรียกต่างๆ กันไป ตามท้องถิ่น
ที่ใดมีการบรวงสรวงวิญญาณมากๆ เช่นประเทศไทย อินเดีย จะเป็นจุดที่มีวิญญาณชั่วมาชุมนุมกันมาก
เป้าหมายของมัน
ไม่ใช่การเอาชนะพระเจ้า เพราะมันรู้ว่าทำไม่ได้ แต่มันต้องการทำลายแผนการณ์ของพระเจ้าและพาคนไปลงนรกให้มากที่สุด แม้มันจะรู้ว่าอย่างไรก็แพ้แน่นอน
วิธีการทำงานของมัน
1. แฝงตัวเพื่อล่อลวง (ปฐก. 3:1) ใช้เหตุการณ์ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่พระเจ้าห้าม เพราะมนุษย์มีนิสัย ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากรู้ เป็นการโจมตีที่ความคิด
2. ใช้การโกหก (ปฐก. 3:4) ทำให้คนมองว่าคำสั่งของพระเจ้าเป็นสิ่งล้าสมัย ฝ่าฝืนไปก็ไม่เป็นไรหรอก ไปสารภาพบาปเอาก็ได้
3. ทำให้คริสเตียนดำเนินชีวิตแบบคนไม่รู้จักพระเจ้า (**พระคัมภีร์ไม่เคยสอนว่า คริสเตียนทำบาปแล้วจะไม่ต้องไปสู่ความตาย**)
4. ใส่ร้ายพระเจ้า ทำให้สงสัยในคำสั่ง เจตนารมณ์ของพระเจ้า
นี่คือเหตุผลที่เราจึงต้องตรวจสอบความคิดของเรากับพระวจนพระเจ้า ก่อนที่จะทำหรือตัดสินใจในสิ่งใด
การทดลองของมาร (มธ 4:1-11)
เป็นการทดลองในเรื่องความต้องการต่างๆ ของมนุษย์
1. เรื่องความหิว การกินอาหารไม่ใช่สิ่งผิด แต่มารใช้สิ่งที่ไม่ผิดมาล่อลวงให้พระเยซูใช้วิธีที่ผิดในการตอบสนองความต้องการของตนเอง มารมักใช้วิธี หรือแนวคิดที่ดูดี น่าสนใจ และดูแล้วน่าจะแก้ปัญหาได้ทันใจ แต่เป็นการยึดความต้องการของตนเองเป็นหลัก ความต้องการทางร่างกายนี้รวมถึงเรื่องเพศด้วย
2. อ้างพระคัมภีร์แบบผิดบริบท ทำให้ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งถ้าเราไม่รู้พระคัมภีร์อย่างถ่องแท้จะทำให้เราสับสน มารจะอ้างว่าวิธีของมันเป็นทางลัดในการทำให้เราเป็นที่ยอมรับ ซึ่งเป็นที่มาของลัทธิสอนผิดต่างๆ ผู้เผยพระวจนะเท็จ การทำอัศจรรย์เทียมเท็จ **แม้คริสเตียนเองก็อาจหลงไปได้**
3. ตัญหาของตา ความอยากมีและอยากได้ ทำให้มนุษย์กราบใหว้และขายวิญญาณให้มันเพื่อแลกกับชื่อเสียงและความมั่งมีในฝ่ายโลก เป็นการล่อลวงที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน (1 ยน 2:16)
สรุปง่ายๆ ก็คือ
- มารโจมตีทางความคิด โดยผ่านสายตา
- มารโจมตีแบบสิงโต และไม่มีคุณธรรม ซ้ำเติมบาดแผลในใจและความอ่อนแอของเรา (1 ปต. 5:8)
- มารชอบโจมตี "ภาพลักษณ์ของตนเอง" โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาในอดีต โดยใช้วิธีขยายบาดแผลในใจ
- มารชอบใส่ความกลัว "ความกลัวไม่ได้มาจากพระเจ้า"
- ความเกลียดชัง และการปรักปรำ
- ภัยพิบัติต่างๆ เช่นที่เกิดกับโยบ
- ไสยศาสตร์และเวทมนต์คาถา โดยเฉพาะในประเทศไทย
การเชื่อฟัง และสู่ความล้ำเลิศ
บันทึกคำสอนจากชั้นเรียนพระคัมภีร์ สอนโดย อ. นิ วันที่ 21 มิ.ย. 2008
ประเด็นสำคัญของการเชื่อฟัง
1. ตอบสนองทันที ไม่ต้องสงสัย (สดด. 119:60)
2. เชื่อฟังทุกๆ สิ่งที่พระเจ้าตรัส (1 ซมอ. 15:18-23)
3. เชื่อฟังด้วยความชื่นชมยินดี ไม่บ่น (ฉธบ. 28:47)
จากสามัญสู่ความล้ำเลิศ
1. เลือกเฉพาะทัศนคติที่ถูกต้อง
2. ชื่นชมยินดีเสมอ
3. มีความคิดสร้างสรรในสิ่งที่ดี
4. บริการที่ดี เวลาคนมีปัญหา ไม่ใช่เพียงแค่อธิษฐานเผื่อ หรือให้ไปอ่านพระคำภีร์เท่านั้น แต่ต้องช่วยเหลือเขาด้วย (ศฟย. 2:3) (สดด. 25:9) (ยรม. 33:3)
ประเด็นสำคัญของการเชื่อฟัง
1. ตอบสนองทันที ไม่ต้องสงสัย (สดด. 119:60)
2. เชื่อฟังทุกๆ สิ่งที่พระเจ้าตรัส (1 ซมอ. 15:18-23)
3. เชื่อฟังด้วยความชื่นชมยินดี ไม่บ่น (ฉธบ. 28:47)
จากสามัญสู่ความล้ำเลิศ
1. เลือกเฉพาะทัศนคติที่ถูกต้อง
2. ชื่นชมยินดีเสมอ
3. มีความคิดสร้างสรรในสิ่งที่ดี
4. บริการที่ดี เวลาคนมีปัญหา ไม่ใช่เพียงแค่อธิษฐานเผื่อ หรือให้ไปอ่านพระคำภีร์เท่านั้น แต่ต้องช่วยเหลือเขาด้วย (ศฟย. 2:3) (สดด. 25:9) (ยรม. 33:3)
วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
