เก็บมาจากกระทู้เก่าๆ ที่ผม post ใน webboard คริสตจักรใจสมาน
http://www.jaisamarn.org/webboard/question.asp?QID=4552&Direct=go&PageNo=1
พระคัมภีร์ข้อหนี่งที่ฉบับแปลหลายๆ เล่ม แปลความจากภาษาต้นฉบับได้ไม่สมบูรณ์ และทำให้มีปัญหาเรื่องความเข้าใจในบาปของการรักร่วมเพศเป็นอย่างมากคือ (1 คร. 6:9)
ผมจะขอยกพระคัมภีร์ข้อนี้มาจากฉบับที่แปลความหมายอย่างสมบูรณ์ชนิด Word-to-Word จากต้นฉบับภาษากรีก คือ Authorize King Jame Version ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ จะมีข้อความที่ต่างกัน ดังนี้
1 คร. 6:9 Thai King James (TKJV)ท่านไม่รู้หรือว่าคนอธรรมจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็นมรดก อย่าหลงเลย คนล่วงประเวณี คนถือรูปเคารพ คนผิดผัวเมียเขา คนนิสัยเหมือนผู้หญิงหรือคนที่เป็นกะเทย
ฉบับ Authorize KJV 17691Cor 6:9 Know ye not that the unrighteous shall not inherit the kingdom of God? Be not deceived: neither fornicators, nor idolaters, nor adulterers, nor effeminate, nor abusers of themselves with mankind,
พระคัมภีร์ฉบับอื่นๆ รวมถึงฉบับภาษาไทย พยายามประนีประนอมเรื่องนี้ โดยใช้คำว่า "ชายรักร่วมเพศ" ซึ่งทำให้เข้าใจไม่ถูกต้อง
ต้นฉบับภาษากรีกจริงๆ คือคำว่า Malakos มีความหมายดังนี้ malakos mal-ak-os' of uncertain affinity; soft, i.e. fine (clothing) ; figuratively, a catamite:--effeminate, soft.
ผมเข้าใจเอาว่าหมายถึงความอ่อนช้อยแบบผู้หญิง ทำนองนี้นะครับ ซึ่งก็จะตรงกับคำว่า effeminate ใน King James 1769 ที่แปลว่ามีนิสัยแบบผู้หญิง พอดีผมก็ไม่ได้เชี่ยวภาษกรีกหรอกครับ แต่คิดว่ามีความหมายประมาณนี้ก็น่าจะหมายถึง ผู้ชายที่มีลักษณะนิสัยของผู้หญิง ไม่สมกับความเป็นผู้ชาย
---------------------------------
ในหนังสือ Be In health ของ ดร. Henry W. Wright ซึ่งทำพันธกิจเกี่ยวกับเรื่องของการมีสุขภาพที่ดี (ดร. คนนี้เป็น ศบ. ที่ศึกษาเกี่ยวกับการแพทย์ด้วย พระเจ้าใช้เขามากในระดับโลก หนังสือเล่มนี้ขายดีติดอันดับโลกเลยทีเดียว)หนังสือนี้ได้เขียนถึงโรคๆ หนึ่งซึ่งเรียกว่า "โรคสมาธิสั้น"
ซึ่ง ดร. ท่านบอกว่าเป็นโรคที่มีความเกี่ยวเนื่องกับการเป็น "รักร่วมเพศ" (คือมีสาเหตุเดียวกัน) ซึ่ง ดร. ได้บอกว่าสาเหตุของทั้ง 2 เรื่องนี้มีพื้นฐานมาจากปัญหาในครอบครัว คือ พ่อ (ซึ่งเป็นผู้ชาย) ไม่ได้ทำหน้าที่ของการเป็นหัวหน้าครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุใดก็ตาม (เช่นหย่าร้างกัน) แม่จึงต้องทำหน้าที่ผู้นำครอบครัวแทน ทำให้เกิดความสับสนในเรื่องบุคลิกภาพ และสิ่งนี้คือสิ่งที่ส่งผลในฝ่ายวิญญาณด้วย (โลกฝ่ายวิญญาณกับฝ่ายกายภาพมีความเกี่ยวข้องกัน)
สิ่งนี้คือสิ่งที่ผิดหลักการของพระเจ้า จึงทำให้วิญญาณชั่วสามารถเข้ามาแทรกแทรงในชีวิตใด้
**เรื่องนี้มีรายละเอียดปลีกย่อยมาก ผมจำได้ไม่หมดครับ ต้องขออภัยด้วย ถ้าต้องการทราบรายละเอียดทั้งหมดที่ ดร. เขียนใว้ ลองหาซื้อหนังสือ Be In Health ได้ที่ร้านหนังสือคริสเตียน เช่นที่ใจสมาน หรือศูนย์หนังสือเรเดียน**แต่ในหลักการนี้ พระเจ้าก็เปิดเผยกับผมจริงๆ เลยว่า ผมมีปัญหาต่างๆ ในครอบครัว ตามที่เขียนในหนังสือเล่มนี้ทุกประการ (ซึ่งเป็นต้นเหตุของบาปรักร่วมเพศ)
และพระเจ้าก็นำผมให้จัดการกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น รวมถึงจัดการปัญหาบาปเรื่องนี้ที่อยู่ในตัวผมด้วย ตามวิธีต่างๆ ที่ได้แบ่งปันไปแล้ว ทำให้ได้ชัยชนะไงครับ
สรรเสริญพระเจ้า
--------------------------------------------
สรุปขั้นตอนง่ายๆ ที่จะเอาชนะบาปเรื่องนี้ จากชีวิตจริงของผม
1. รับรู้ ว่าพระวจนะกล่าวอย่างไรในเรื่องนี้
2. ตระหนัก และยอมรับ ว่าที่ผ่านมาเราได้ทำบาปต่อพระเจ้า
3. อธิษฐานสารภาพบาปกับพระเจ้า ด้วยความจริงใจ
4. อธิษฐานตัดสัมพันธ์กับผีวิญญาณชั่วที่เกี่ยวข้องกับบาปเรื่องนี้ ต้นเหตุของบาปเรื่องรักร่วมเพศนี้เกิดจากวิญญาณชั่วครับ ความผิดปกติทางร่างกายทั้งหลายเป็นเพียงผลปลายเหตุเท่านั้น (ถ้าไม่แน่ใจ หรือกลัว หาคนที่มีของประทานสังเกตุวิญญาณมาช่วยอธิษฐานเผื่อก็ได้)
5. อ่านพระคัมภีร์ทุกวัน วันละหลายๆ เวลา มากเท่าที่จะทำได้ เพราะเปลี่ยนแปลงความคิดของเราใหม่ (รม 12:1-2)6. อธิษฐานให้มากๆ โดยเฉพาะภาษาแปลกๆ ถ้าไม่เข้าใจเรื่องภาษาแปลกๆ ให้ดูกระทู้คุณเกรซhttp://www.jaisamarn.org/webboard/question.asp?QID=37227
สำคัญมากๆ คือเราต้องให้ความร่วมมือกับพระวิญญาณบริสุทธิ์ ไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการถูกทดลองเรื่องนี้ เช่นอยู่ในกลุ่มเพื่อนที่เป็นเกย์ (ไม่ใช่ให้เลิกคบเสียทีเดียว เพียงแต่ให้มันห่างๆ หน่อย) เห็นผู้ชายหน้าตาดีๆ ก็อย่าไปแตะเนื้อต้องตัวเขามาก ระวังๆ หน่อย ตอนแรกอาจรู้สึกอึดอัดน่าดูเลย แต่พระวิญญาณจะเสริมกำลังให้คุณสามารถทนใด้
ทำแบบนี้ได้เรื่อยๆ ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปเอง โดยที่ไม่ต้องฝืนกับมันเลย
Search Internet
Custom Search
วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2551
เราจะต่อสู้กับซาตานอย่างไร
บันทึกคำสอนจากชั้นเรียนพระคัมภีร์ สอนโดย ศจ. มนูญศักดิ์ วันที่ 21 มิ.ย. 2008
เราจะต่อสู้อย่างไร
1. ใช้พระคำพระเจ้า สิ่งสำคัญคือ "ท่องจำพระคำให้เยอะๆ"
ใน (มธ 4:1-11) จะเห็นว่าพระเยซูยกพระธรรม "เฉลยธรรมบัญญัติ" ขึ้นมาต่อสู้กับมารทันทีจากความจำ และทรงรู้ว่ามารใช้พระคัมภีร์ผิดบริบท
2. ต้องมีอาวุธ (อฟ. 6) สองประเภท
- อาวุธป้องกันตัว ยุทธภัณฑ์ทั้งชุด ทุกๆ ชิ้นมาจากพระวจนะพระเจ้า
- อาวุธใช้โจมตี คือการอธิษฐาน เป็นอาวุธที่ทรงพลานุภาพมากที่สุด เป็นการผูกมัดสิ่งต่างๆ และเป็นการใช้สิทธิอำนาจจากสวรรค์ เงื่อนไขคือเราต้องมีชีวิตที่ "ชอบธรรม"
3. การเจิมของพระวิญญาณ (อฟ. 6:1-10)
สรุปขั้นตอนการต่อสู้ คือ รับการเจิม --> สวมยุทธภัณฑ์ --> อธิษฐาน
ข้อควรระวัง
1. อย่าเปิดช่องให้มารโจมตี อย่าหาเรื่องเอาตัวเข้าสู่การทดลอง
2. อย่ามัวสนใจศึกษาเรื่องซาตานจนเกินไป ศึกษาเท่าที่พระเจ้าต้องการให้เรารู้
การต่อสู้กับวิญญาณชั่วระดับบน
1. อธิษฐานในระดับคริสตจักร
2. อดอาหารอธิษฐาน เพื่อพระเจ้าจะทำงานผ่านเรา
เราจะต่อสู้อย่างไร
1. ใช้พระคำพระเจ้า สิ่งสำคัญคือ "ท่องจำพระคำให้เยอะๆ"
ใน (มธ 4:1-11) จะเห็นว่าพระเยซูยกพระธรรม "เฉลยธรรมบัญญัติ" ขึ้นมาต่อสู้กับมารทันทีจากความจำ และทรงรู้ว่ามารใช้พระคัมภีร์ผิดบริบท
2. ต้องมีอาวุธ (อฟ. 6) สองประเภท
- อาวุธป้องกันตัว ยุทธภัณฑ์ทั้งชุด ทุกๆ ชิ้นมาจากพระวจนะพระเจ้า
- อาวุธใช้โจมตี คือการอธิษฐาน เป็นอาวุธที่ทรงพลานุภาพมากที่สุด เป็นการผูกมัดสิ่งต่างๆ และเป็นการใช้สิทธิอำนาจจากสวรรค์ เงื่อนไขคือเราต้องมีชีวิตที่ "ชอบธรรม"
3. การเจิมของพระวิญญาณ (อฟ. 6:1-10)
สรุปขั้นตอนการต่อสู้ คือ รับการเจิม --> สวมยุทธภัณฑ์ --> อธิษฐาน
ข้อควรระวัง
1. อย่าเปิดช่องให้มารโจมตี อย่าหาเรื่องเอาตัวเข้าสู่การทดลอง
2. อย่ามัวสนใจศึกษาเรื่องซาตานจนเกินไป ศึกษาเท่าที่พระเจ้าต้องการให้เรารู้
การต่อสู้กับวิญญาณชั่วระดับบน
1. อธิษฐานในระดับคริสตจักร
2. อดอาหารอธิษฐาน เพื่อพระเจ้าจะทำงานผ่านเรา
ซาตานทำงานอย่างไร
บันทึกคำสอนจากชั้นเรียนพระคัมภีร์ สอนโดย ศจ. มนูญศักดิ์ วันที่ 21 มิ.ย. 2008
ใน (อสค. 28:25) บอกว่า สภาพเดิมของซาตานเป็นทูตสวรรค์ชั้นสูง มีความสามารถหลายอย่าง มีความสวยงาม
บาปของซาตาน
1. ความมักใหญ่ใฝ่สูง อยากแทนที่พระเจ้า
2. ไม่พอใจในสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้เป็น
วิญญาณชั่ว
คือทูตสวรรค์ 1 ใน 3 ของทั้งหมดที่ติดตามลูซิเฟอร์ลงมาด้วย
ใน (อฟ. 6:12) และ (อฟ. 1:21) บอกว่าวิญญาณชั่วมีโครงสร้างหลายระดับ
- ระดับต่ำ คือวิญญาณที่เข้าสิงคน ภูติผีต่างๆ
- ระดับสูง เทพที่ปกครองย่านฟ้าอากาศ
มีชื่อเรียกต่างๆ กันไป ตามท้องถิ่น
ที่ใดมีการบรวงสรวงวิญญาณมากๆ เช่นประเทศไทย อินเดีย จะเป็นจุดที่มีวิญญาณชั่วมาชุมนุมกันมาก
เป้าหมายของมัน
ไม่ใช่การเอาชนะพระเจ้า เพราะมันรู้ว่าทำไม่ได้ แต่มันต้องการทำลายแผนการณ์ของพระเจ้าและพาคนไปลงนรกให้มากที่สุด แม้มันจะรู้ว่าอย่างไรก็แพ้แน่นอน
วิธีการทำงานของมัน
1. แฝงตัวเพื่อล่อลวง (ปฐก. 3:1) ใช้เหตุการณ์ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่พระเจ้าห้าม เพราะมนุษย์มีนิสัย ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากรู้ เป็นการโจมตีที่ความคิด
2. ใช้การโกหก (ปฐก. 3:4) ทำให้คนมองว่าคำสั่งของพระเจ้าเป็นสิ่งล้าสมัย ฝ่าฝืนไปก็ไม่เป็นไรหรอก ไปสารภาพบาปเอาก็ได้
3. ทำให้คริสเตียนดำเนินชีวิตแบบคนไม่รู้จักพระเจ้า (**พระคัมภีร์ไม่เคยสอนว่า คริสเตียนทำบาปแล้วจะไม่ต้องไปสู่ความตาย**)
4. ใส่ร้ายพระเจ้า ทำให้สงสัยในคำสั่ง เจตนารมณ์ของพระเจ้า
นี่คือเหตุผลที่เราจึงต้องตรวจสอบความคิดของเรากับพระวจนพระเจ้า ก่อนที่จะทำหรือตัดสินใจในสิ่งใด
การทดลองของมาร (มธ 4:1-11)
เป็นการทดลองในเรื่องความต้องการต่างๆ ของมนุษย์
1. เรื่องความหิว การกินอาหารไม่ใช่สิ่งผิด แต่มารใช้สิ่งที่ไม่ผิดมาล่อลวงให้พระเยซูใช้วิธีที่ผิดในการตอบสนองความต้องการของตนเอง มารมักใช้วิธี หรือแนวคิดที่ดูดี น่าสนใจ และดูแล้วน่าจะแก้ปัญหาได้ทันใจ แต่เป็นการยึดความต้องการของตนเองเป็นหลัก ความต้องการทางร่างกายนี้รวมถึงเรื่องเพศด้วย
2. อ้างพระคัมภีร์แบบผิดบริบท ทำให้ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งถ้าเราไม่รู้พระคัมภีร์อย่างถ่องแท้จะทำให้เราสับสน มารจะอ้างว่าวิธีของมันเป็นทางลัดในการทำให้เราเป็นที่ยอมรับ ซึ่งเป็นที่มาของลัทธิสอนผิดต่างๆ ผู้เผยพระวจนะเท็จ การทำอัศจรรย์เทียมเท็จ **แม้คริสเตียนเองก็อาจหลงไปได้**
3. ตัญหาของตา ความอยากมีและอยากได้ ทำให้มนุษย์กราบใหว้และขายวิญญาณให้มันเพื่อแลกกับชื่อเสียงและความมั่งมีในฝ่ายโลก เป็นการล่อลวงที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน (1 ยน 2:16)
สรุปง่ายๆ ก็คือ
- มารโจมตีทางความคิด โดยผ่านสายตา
- มารโจมตีแบบสิงโต และไม่มีคุณธรรม ซ้ำเติมบาดแผลในใจและความอ่อนแอของเรา (1 ปต. 5:8)
- มารชอบโจมตี "ภาพลักษณ์ของตนเอง" โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาในอดีต โดยใช้วิธีขยายบาดแผลในใจ
- มารชอบใส่ความกลัว "ความกลัวไม่ได้มาจากพระเจ้า"
- ความเกลียดชัง และการปรักปรำ
- ภัยพิบัติต่างๆ เช่นที่เกิดกับโยบ
- ไสยศาสตร์และเวทมนต์คาถา โดยเฉพาะในประเทศไทย
ใน (อสค. 28:25) บอกว่า สภาพเดิมของซาตานเป็นทูตสวรรค์ชั้นสูง มีความสามารถหลายอย่าง มีความสวยงาม
บาปของซาตาน
1. ความมักใหญ่ใฝ่สูง อยากแทนที่พระเจ้า
2. ไม่พอใจในสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้เป็น
วิญญาณชั่ว
คือทูตสวรรค์ 1 ใน 3 ของทั้งหมดที่ติดตามลูซิเฟอร์ลงมาด้วย
ใน (อฟ. 6:12) และ (อฟ. 1:21) บอกว่าวิญญาณชั่วมีโครงสร้างหลายระดับ
- ระดับต่ำ คือวิญญาณที่เข้าสิงคน ภูติผีต่างๆ
- ระดับสูง เทพที่ปกครองย่านฟ้าอากาศ
มีชื่อเรียกต่างๆ กันไป ตามท้องถิ่น
ที่ใดมีการบรวงสรวงวิญญาณมากๆ เช่นประเทศไทย อินเดีย จะเป็นจุดที่มีวิญญาณชั่วมาชุมนุมกันมาก
เป้าหมายของมัน
ไม่ใช่การเอาชนะพระเจ้า เพราะมันรู้ว่าทำไม่ได้ แต่มันต้องการทำลายแผนการณ์ของพระเจ้าและพาคนไปลงนรกให้มากที่สุด แม้มันจะรู้ว่าอย่างไรก็แพ้แน่นอน
วิธีการทำงานของมัน
1. แฝงตัวเพื่อล่อลวง (ปฐก. 3:1) ใช้เหตุการณ์ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่พระเจ้าห้าม เพราะมนุษย์มีนิสัย ยิ่งห้ามก็ยิ่งอยากรู้ เป็นการโจมตีที่ความคิด
2. ใช้การโกหก (ปฐก. 3:4) ทำให้คนมองว่าคำสั่งของพระเจ้าเป็นสิ่งล้าสมัย ฝ่าฝืนไปก็ไม่เป็นไรหรอก ไปสารภาพบาปเอาก็ได้
3. ทำให้คริสเตียนดำเนินชีวิตแบบคนไม่รู้จักพระเจ้า (**พระคัมภีร์ไม่เคยสอนว่า คริสเตียนทำบาปแล้วจะไม่ต้องไปสู่ความตาย**)
4. ใส่ร้ายพระเจ้า ทำให้สงสัยในคำสั่ง เจตนารมณ์ของพระเจ้า
นี่คือเหตุผลที่เราจึงต้องตรวจสอบความคิดของเรากับพระวจนพระเจ้า ก่อนที่จะทำหรือตัดสินใจในสิ่งใด
การทดลองของมาร (มธ 4:1-11)
เป็นการทดลองในเรื่องความต้องการต่างๆ ของมนุษย์
1. เรื่องความหิว การกินอาหารไม่ใช่สิ่งผิด แต่มารใช้สิ่งที่ไม่ผิดมาล่อลวงให้พระเยซูใช้วิธีที่ผิดในการตอบสนองความต้องการของตนเอง มารมักใช้วิธี หรือแนวคิดที่ดูดี น่าสนใจ และดูแล้วน่าจะแก้ปัญหาได้ทันใจ แต่เป็นการยึดความต้องการของตนเองเป็นหลัก ความต้องการทางร่างกายนี้รวมถึงเรื่องเพศด้วย
2. อ้างพระคัมภีร์แบบผิดบริบท ทำให้ดูน่าเชื่อถือ ซึ่งถ้าเราไม่รู้พระคัมภีร์อย่างถ่องแท้จะทำให้เราสับสน มารจะอ้างว่าวิธีของมันเป็นทางลัดในการทำให้เราเป็นที่ยอมรับ ซึ่งเป็นที่มาของลัทธิสอนผิดต่างๆ ผู้เผยพระวจนะเท็จ การทำอัศจรรย์เทียมเท็จ **แม้คริสเตียนเองก็อาจหลงไปได้**
3. ตัญหาของตา ความอยากมีและอยากได้ ทำให้มนุษย์กราบใหว้และขายวิญญาณให้มันเพื่อแลกกับชื่อเสียงและความมั่งมีในฝ่ายโลก เป็นการล่อลวงที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบัน (1 ยน 2:16)
สรุปง่ายๆ ก็คือ
- มารโจมตีทางความคิด โดยผ่านสายตา
- มารโจมตีแบบสิงโต และไม่มีคุณธรรม ซ้ำเติมบาดแผลในใจและความอ่อนแอของเรา (1 ปต. 5:8)
- มารชอบโจมตี "ภาพลักษณ์ของตนเอง" โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาในอดีต โดยใช้วิธีขยายบาดแผลในใจ
- มารชอบใส่ความกลัว "ความกลัวไม่ได้มาจากพระเจ้า"
- ความเกลียดชัง และการปรักปรำ
- ภัยพิบัติต่างๆ เช่นที่เกิดกับโยบ
- ไสยศาสตร์และเวทมนต์คาถา โดยเฉพาะในประเทศไทย
การเชื่อฟัง และสู่ความล้ำเลิศ
บันทึกคำสอนจากชั้นเรียนพระคัมภีร์ สอนโดย อ. นิ วันที่ 21 มิ.ย. 2008
ประเด็นสำคัญของการเชื่อฟัง
1. ตอบสนองทันที ไม่ต้องสงสัย (สดด. 119:60)
2. เชื่อฟังทุกๆ สิ่งที่พระเจ้าตรัส (1 ซมอ. 15:18-23)
3. เชื่อฟังด้วยความชื่นชมยินดี ไม่บ่น (ฉธบ. 28:47)
จากสามัญสู่ความล้ำเลิศ
1. เลือกเฉพาะทัศนคติที่ถูกต้อง
2. ชื่นชมยินดีเสมอ
3. มีความคิดสร้างสรรในสิ่งที่ดี
4. บริการที่ดี เวลาคนมีปัญหา ไม่ใช่เพียงแค่อธิษฐานเผื่อ หรือให้ไปอ่านพระคำภีร์เท่านั้น แต่ต้องช่วยเหลือเขาด้วย (ศฟย. 2:3) (สดด. 25:9) (ยรม. 33:3)
ประเด็นสำคัญของการเชื่อฟัง
1. ตอบสนองทันที ไม่ต้องสงสัย (สดด. 119:60)
2. เชื่อฟังทุกๆ สิ่งที่พระเจ้าตรัส (1 ซมอ. 15:18-23)
3. เชื่อฟังด้วยความชื่นชมยินดี ไม่บ่น (ฉธบ. 28:47)
จากสามัญสู่ความล้ำเลิศ
1. เลือกเฉพาะทัศนคติที่ถูกต้อง
2. ชื่นชมยินดีเสมอ
3. มีความคิดสร้างสรรในสิ่งที่ดี
4. บริการที่ดี เวลาคนมีปัญหา ไม่ใช่เพียงแค่อธิษฐานเผื่อ หรือให้ไปอ่านพระคำภีร์เท่านั้น แต่ต้องช่วยเหลือเขาด้วย (ศฟย. 2:3) (สดด. 25:9) (ยรม. 33:3)
วันอาทิตย์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
